บทนำ
บท 1
บทที่ 1 ใครตีหัวข้า ทำไมเจ็บหัว
ความเจ็บแบบนี้มันคืออะไรกันนะเนี่ย ทั้งอาการปวดหัวปวดกระโหลกระดับสิบ
ถางเป้ยอี้มองไปรอบตัวด้วยความมึนงง นางรู้สึกว่าภาพรอบตัวมันแปลกไปจากเดิม แปลกมาก แปลกจนไม่น่าเชื่อ
การที่ล้มหัวฟาดพื้นมันต้องเห็นอะไรแปลก ๆ ไปหมดเลยแบบนี้เหรอ
โต๊ะข้าง ๆ มันต้องเป็นโต๊ะกระจกมีแจกันดอกไม้
แต่ทำไมกลายเป็นโต๊ะหยกสีขาวแบบนี้ กาน้ำชาอีก ที่ห้อง
ถางเป้ยอี้ไม่เคยมีนะ มองที่เตียง ทำไมเตียงมันใหญ่กว่าเดิม ผ้าปู หมอน ผ้าห่มก็เป็นสีชมพูอีก เธอเกลียดสีชมพูจะตาย
ปลายเตียงเป็นบานประตูไม้สลักลวดลายดอกไม้
ซึ่งนางไม่รู้ว่ามันคือดอกอะไร และนางก็ไม่อยากจะคิดตอนนี้ด้วย
ห้องนี้แปลก ๆ ไม่ใช่ห้องเธอแน่ ๆ
ด้านข้างยังมีฉากไม้อันใหญ่ตั้งอยู่ด้วย
เธอมาอยู่บ้านใคร หรือว่าล้มแล้วมีคนหอบเอาร่างเธอมาพักที่นี่ ไม่น่าใช่ ล้มหัวฟาดพื้นหน้าบ้านตัวเองแท้ ๆ จะไปโผล่บ้านอื่นได้อย่างไรกัน
โอ้ยปวดหัว ปวดจนเจ็บร้าวไปทั้งกะโหลก
ถางเป้ยอี้ปวดหัวจนตาเหลือก กระเสือกกระสนบนเตียงด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว
ยา… ใช่ต้องกินยา กินพาราไปเลยสักห้าเม็ดไม่งั้นได้ตายก่อนรู้เรื่องแน่ ๆ ว่ามาโผล่ได้ไงที่บ้านใครยังไม่รู้
ความเจ็บปวดที่กะโหลกหนา ๆ ของนางที่มีเพิ่มขึ้น
อีกเท่าจนถางเป้ยอี้กัดปากไม่ร้องออกมาด้วยความเจ็บ สติที่มีเริ่มเลือนหายไป ทีละน้อย ๆ ก่อนจะวูบไปจริง ๆ
“เจ้ามันไม่มีคนรักคนสนใจ อยู่ไปก็ไร้ประโยชน์”
เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งเรียกความสนใจจากถางเป้ยอี้
ที่ยืนงงอยู่
อะไร วูบแล้วมาโผล่อีกที่ ไหนจะเป็นสวนดอกไม้อีก
แล้วนั่นเสียงใคร
นางเดินตามเสียงไปจนพบหญิงสาวสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ ทั้งสองมีใบหน้างดงาม รูปร่างถือว่าคนที่อยู่
ในชุดสีชมพูกินขาด ส่วนคนชุดขาวหน้าอกแบนไปไหน
แต่ว่า เฮ้ย… นั่นมัน... คนชุดชมพูหน้าเหมือนเธอเลย
แต่ว่าหน้าอกใหญ่กว่าเท่านั้น หรือว่านางมีแฝด
ไม่น่าใช่ ตอนแม่อยู่เธอเคยเห็นรูปเห็นใบเกิดแล้วเธอไม่มีแฝด แล้วผู้หญิงคนนี้ทำไมหน้าพิมพ์เดียวกับเธอเลย
แล้วนี่มองกันอย่างกับจะฆ่ากัน
“เจ้าคิดว่าเขารักเจ้าจริง ๆ หรือ เขาก็อยากได้ประโยชน์จากเจ้าเช่นกัน ไม่งั้นเขาไม่ยุ่งทั้งเจ้าและข้าในเวลาเดียวกันเช่นนี้”
“หึ ถึงจะยุ่งกับเจ้า แต่ข้าก็เหนือกว่าเพราะเขา
ให้ความสำคัญกับสตรีที่อ่อนหวาน อ่อนโยนใสซื่อแบบข้า ไม่ใช่สตรีที่เอาแต่ใจ เรียกร้องทุกอย่างเช่นเจ้า หากเจ้าไม่มีบิดา
เป็นเสนาบดี ตำแหน่งใหญ่กว่าพ่อข้า เจ้าคิดว่าเขาจะให้เจ้าเหนือกว่าข้าหรือ ตำแหน่งพระชายาเอกต้องเป็นของข้าด้วยซ้ำไม่ใช่ของเจ้าอย่างที่เจ้าหวัง”
“แล้วอย่างไร ตอนนี้เขาได้เอ่ยแล้วว่าจะเลือกข้า
แต่งเป็นพระชายาเอก ถึงเขาจะชอบเจ้ามากกว่า แต่เขาก็ให้เจ้าเป็นพระชายาเอกไม่ได้”
“เจ้าคิดว่าจะได้แต่งหรือ”
“ใช่ แม้ข้าไม่รักข้าก็จะแต่ง เพียงเอาชนะเจ้าได้เท่านั้น ส่วนความโปรดปราน ข้าว่าข้าทำได้เมื่อแต่งเข้าไป สตรีจืดชืด
ทำได้เพียงอ่อนหวานไปวัน ๆ อย่างเจ้าแล้วลับหลังยังทำตัว
ร้ายกาจ สักวันเขาก็เบื่อหน่ายเพราะเจ้าเอาแต่ตีหน้าซื่อ”
“สตรีร้ายกาจเช่นเจ้าอย่าหวังว่าจะได้แต่งเลยถางเป้ยอี้”
ด้านหลังของผู้หญิงชุดชมพู มีผู้หญิงอีกคนย่องเข้ามาพร้อมกับท่อนไม้ในมือ ถางเป้ยอี้ที่เห็นได้แต่ร้องเตือนแต่ว่าแม้จะร้องเสียงดังขนาดไหน ผู้หญิงที่มีใบหน้าคล้ายกับเธอก็ไม่ได้ยิน
ทันทีที่ท่อนไม้ฟาดถูกหัว ผู้หญิงคนนั้นก็ล้มลงแน่นิ่ง
ไปทันที ตายง่ายหรือว่าสลบเนี่ย ทีเดียวน็อค
“ดูว่านางตายหรือไม่”
ผู้หญิงชุดขาวพูดออกมา ทำให้ผู้หญิงที่น่าจะเป็นคน
ของหญิงชุดขาวเอื้อมมือไปแตะใกล้จมูก
“ตายเจ้าค่ะคุณหนู”
“ดี ข้าจะได้หมดศัตรู นางร้ายกาจขนาดนี้ ตายไปก็ไม่มีใครสนนอกจากบิดาของนาง”
“คุณหนูไม่กลัวว่าจะถูกจับได้หรือเจ้าคะ”
“ใครจะมาจับได้ ที่นี่ไกลตาผู้คน นางโง่ที่เชื่อจดหมายแล้วออกมาเองสมควรตายแล้วกล้ามาคิดแย่งบุรุษคนเดียวกับข้า”
“แล้วจะให้ทำอย่างไรกับศพของนางกัน”
“ทิ้งไว้เฉย ๆ แถวนี้ใกล้ชายป่า ค่ำหน่อยศพนางคงถูกสัตว์ป่าลากไปแทะกินเอง พอมีคนพบ จะได้เข้าใจว่านางถูกสัตว์ป่าทำร้าย ไม่ใช่ถูกใครฆ่า”
“เจ้าค่ะ”
ทั้งสองเดินจากไปทันที ถางเป้ยอี้เดินเข้าไปดูร่างที่ไร้
ลมหายใจ ก่อนจะมองใกล้ ๆ
มองอย่างไร ซ้ายที ขวาที ด้านข้าง ด้านหลังเหมือนนางไม่มีผิด หรือว่านี่จะเป็นอีกโลกแล้วนางก็มีอยู่ทุกโลก
เพราะสถานที่พวกนี้แปลกตามาก ไม่เคยเห็นมาก่อน คำพูด
การแต่งตัว การกระทำก็ไม่เหมือนกัน อย่างกับในหนังจีนเช่น
บูเช็กเทียน เจินหวน ในนิยายจีนแบบนี้
หรือว่า ข้าหลุดมาอีกโลก
พระเจ้า เป็นไปได้ไง แล้วหลุดมาเป็นวิญญาณโง่ ๆ
ตัวหนึ่ง ลอยไปลอยมาไร้แก่นสารเนี่ยนะ ได้ไงกัน
หืม เดี๋ยวนะ ถ้าเธอหลุดมาอีกโลกได้ แสดงว่า บ้าไปแล้ว แค่ล้มหัวฟาดพื้น สาเหตุเพราะลื่นถุงเนี่ยนะทำเธอตายเลยเหรอ เป็นไปไม่ได้ ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะตายโง่ ๆ ได้ขนาดนี้
ตายเพราะลื่นถุง ใครรู้เข้าคงจะอายมาก หมอพยาบาลที่พิสูจน์ศพคงจะทำหน้าไม่ถูกกันเลย อีบ้านี่ตายเพราะลื่นถุงหน้าบ้านตัวเอง
“เจ้าคือถางเป้ยอี้”
เสียงข้างหลังทำเอาถางเป้ยอี้ที่เศร้ากับสาเหตุการตายของตัวเองอยู่สะดุ้งสุดตัว หันไปมองข้าหลังเห็นเป็นเงาเลือนลางของผู้หญิงชุดชมพูที่เพิ่งถูกไม้ฟาดตาย
เราสองหน้าตาเหมือนกัน ตายก็อนาถพอ ๆ กัน คนหนึ่งล้มเพราะลื่นถุง อีกคนตายเพราะถูกไม้ฟาดทีเดียว กะโหลก
ของเราสองคนอ่อนแอจริง ๆ แค่นี้ถึงกับตาย
“ใช่ เธอคือวิญญาณจากศพนี้เหรอ”
“ใช่ ข้าก็ชื่อถางเป้ยอี้ เสียดายที่ข้าเสียรู้เลยตาย
เพราะข้าอยากมาสมน้ำหน้ามันแท้ ๆ ”
เอ่อ ตายเพราะโง่อยากสมน้ำหน้าคนอื่น ไม่รู้จะพูดอะไรเลยทีเดียว จะสงสารก็รู้สึกแปลก ๆ
“แล้วทำไมฉันมาอยู่ที่นี่”
“ข้าเรียกมาเอง เห็นว่าไหน ๆ เราก็เป็นฝาแฝดกันแค่เกิดคนละโลก เจ้าตายแล้วแต่ว่ายังไม่ใช่เวลาที่สมควร ข้าเลยอยากให้เจ้าได้มีชีวิตต่อในโลกนี้ แทนที่ข้า อยู่ในร่างข้า เอาคืนให้ข้า เจ้าถือเป็นพี่สาวข้า เจ้าต้องแก้แค้น”
ถางเป้ยอี้ตาโตชี้มาที่ตัวเอง ข้าเนี่ยนะ ข้าก็ร้ายอยู่หรอก แต่ว่าเอาวิญญาณข้าข้ามโลกมาเพราะว่ามาแก้แค้นเนี่ยมัน
ก็เกินไปหน่อย
“แล้วเจ้าไม่กลับเข้าร่างเองละ”
“ข้าหมดวาสนาแล้ว ต้องไปเกิด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดเป็นอะไร เจ้าต้องมาอยู่ร่างนี้ เพราะถ้าไม่ เจ้าจะเป็นวิญาณเร่ร่อน
ไม่มีที่ไป รออีกเป็นร้อยปีกว่าจะได้ไปเกิดเพราะต้องรอเวลา”
อืม… ชีวิต ตายแล้วยังต้องมาโดนผีที่เป็นแฝดน้องขู่
ช่างดีจริง ๆ
“แล้วฉันจะอยู่อย่างไร ฉันไม่รู้ว่าเธอคือใคร เป็นใครจากไหน นิสัยอย่างไร โอ้ย เอาง่าย ๆ คือตายแล้วฟื้นจำอะไรไม่ได้
เริ่มใหม่ทั้งหมด จะไม่ตายซ้ำอีกรอบเพราะยัยนั่นหลอกมาฆ่า
อีกรอบเหรอ”
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะให้ความทรงจำเอง เจ้าจะได้รู้ทุกเรื่อง”
“เอาง่าย ๆ คือฉันไม่มีทางเลือก”
“ใช่เจ้าไม่มีทางเลือก นี่คือทางเลือกเดียว”
“ถามอีกอย่าง นี่คืออดีตในตอนที่เธอถูกทำร้ายแต่ว่า
มีคนช่วยพากลับจวน ฉันเข้าใจถูกนะ”
“ใช่ มีพรานป่าผ่านมาพอดี และเขากับข้าเคยรู้จักกันเพราะข้าช่วยเขาไว้ เขาจึงพาข้ากลับไปส่งที่จวน ด้วยตอนนั้นลมหายใจของเจ้ามาต่อลมหายของข้า ทำให้ไม่มีคนรู้ว่าข้าตายแล้ว ที่พาเจ้ามาที่นี่ เพียงอยากให้รู้ว่าคนร้ายที่ฆ่าข้าคือใคร”
ถางเป้ยอี้พยักหน้าเข้าใจก่อนจะได้ถามอะไรร่างของแฝดผู้น้องก็เลือนหายไปทันที
“ข้าต้องไปแล้วพี่สาว จากนี้ใช้ชีวิตให้คุ้ม ข้าคิดว่าท่านร้ายกว่าข้าร้อยเท่า อย่าได้ให้เสียชื่อนางมารร้ายของข้าละ แต่เอาที่ร้ายแบบมีสมองอย่างท่านหน่อยแล้วกัน ไม่ใช่ร้ายแต่ไร้สมองอย่างข้า จนพลาดตายอนาถแบบนี้”
อีกฝ่ายพูดจบก็หายไปทันที
เอ่อ …ดีจริง ๆ ด่าตัวเองว่าร้ายแบบโง่ ๆก่อนไปก็ได้
ถางเป้ยอี้รู้สึกว่าความเจ็บที่หัวเริ่มมากขึ้นอีกครั้ง
ความทรงจำต่าง ๆ ไหลเข้ามาดั่งสายน้ำหลากที่เชียวกราก
ความทรงจำของผู้เป็นน้องสาวเข้ามาฉายชัดในหัว
ชื่อของร่างนี้คือชื่อเดียวกับเธอ ถางเป้ยอี้ บุตรสาวเสนาบดี
ผู้เป็นคนสนิทของฮ่องเต้ มีอำนาจ เงินทองเส้นสาย นิสัยร้ายกาจทำร้ายคนไปทั่ว ไม่เห็นหัวใคร ไม่สนใจสิ่งรอบตัว สนใจเพียงสิ่งที่ต้องการ แต่ว่าก็เป็นคนดีคนหนึ่ง เพียงแต่ว่าด้านดี ๆ คนอื่น
ไม่เคยเห็น พอจะเห็นก็เห็นแต่ด้านร้าย ๆ
ก่อนหน้านี้มีองค์ชายรองเข้ามาเกี้ยวพาทั้งถางเป้ยอี้และซูจินผู้หญิงชุดขาวที่ตลอดมาทำตัวนางเอก แต่ลับหลังคนอื่นก็ร้ายมาหาเรื่องนางไม่เว้นวัน ทำให้นางกลายเป็นคนร้ายกาจ
ในสายตาคนอื่น ๆ คือเอาตัวเองดี เอาชั่วใส่คนอื่น
ร้ายจริงนังนี่ ต้องเจอนางร้ายมือตบจากโลกอนาคต
อย่างฉัน ชอบแสดงละครมากแม่จะจัดให้สมใจอยาก
เดียวเปิดโรงละครใหญ่ให้เลย เอาแบบคนดูเป็นแสน
จะได้เด่นดังแม่นางเอกตัวดี
แต่แฝดน้องของเธอก็โง่จริงเหละ บ้ารึเปล่า ยอมแต่งเพราะอยากเอาชนะ เอาหัวที่ไหนคิด เห้อ นี่คือโลกโบราณจริง ๆ
ถ้าจะชนะ จะฉีกหน้า ต้องทำได้แบบสวย ๆ ดูฉัน
เป็นตัวอย่างนี้ ฉันจะทำให้ดูว่านางร้ายนะ เขาเป็นกันอย่างไร
บทล่าสุด
#57 บทที่ 57 ตอนพิเศษ บ่อน้ำร้อน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#56 บทที่ 56 ตอนพิเศษ คืนเข้าหอ
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#55 บทที่ 55 ความสุข (end)
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#54 บทที่ 54 ฮองเฮา
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#53 บทที่ 53 หยุนหลี่
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#52 บทที่ 52 เหลียงเสี่ยวปิง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#51 บทที่ 51 ซูจิน
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#50 บทที่ 50 อันหลิง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#49 บทที่ 49 งานเลี้ยง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026#48 บทที่ 48 แท้ง
อัปเดตล่าสุด: 7/24/2026
คุณอาจชอบ 😍
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แค้นรักเพลิงสวาท
ภาสกร&อัยรินทร์
นิยายซีรี่ส์ชุดทาสรักซานตาน ( เล่ม1 )
เธอหลอกเขา…เพื่อเงิน
เขาทำลายเธอ…เพื่อแค้น
เมื่อความลับถูกเปิดเผย ระหว่าง ภาสกร ซาตานในคราบนักธุรกิจ และ อัยรินทร์ หญิงสาวผู้ขายหัวใจแลกชีวิต ไฟรัก ไฟแค้น และไฟปรารถนากำลังจะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้
“อย่าคิดหนี…เพราะซาตานอย่างฉัน จะลากเธอกลับมาชดใช้ทุกหยดน้ำตา!”
หลังคืนหนึ่งกับอัลฟ่า
ฉันคิดว่าฉันกำลังรอคอยความรัก แต่กลับกลายเป็นว่าฉันถูกอสูรร้ายย่ำยี
โลกของฉันควรจะเบ่งบานในเทศกาลคืนจันทร์เต็มดวงที่อ่าวมูนเชด แชมเปญซาบซ่านอยู่ในสายเลือด ห้องพักในโรงแรมที่จองไว้เพื่อให้ฉันกับเจสันได้ข้ามเส้นความสัมพันธ์นั้นเสียทีหลังจากรอมาสองปี ฉันสวมชุดชั้นในลูกไม้ตัวสวย แง้มประตูทิ้งไว้ แล้วเอนกายลงบนเตียง หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่า
แต่ชายที่ปีนขึ้นมาบนเตียงของฉันไม่ใช่เจสัน
ภายในห้องที่มืดสนิท อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศร้อนแรงชวนมึนหัว ฉันรู้สึกถึงมือคู่หนึ่ง...ร้อนรุ่มและเร่งเร้า...ที่ลูบไล้แผดเผาผิวของฉัน แก่นกายร้อนผ่าวที่กำลังตุบๆ ของเขากดเบียดอยู่กับความอ่อนนุ่มที่เปียกชื้นของฉัน และก่อนที่ฉันจะทันได้อ้าปากคราง เขาก็กระแทกกายเข้ามาอย่างแรง ฉีกกระชากความบริสุทธิ์ของฉันอย่างไร้ความปรานี ความเจ็บปวดแผดเผาไปทั่ว ช่องทางของฉันบีบรัดแน่นขณะที่ฉันจิกเล็บลงบนบ่าที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กของเขา พยายามกลั้นเสียงสะอื้น เสียงเฉอะแฉะดังก้องไปกับทุกจังหวะการสอดใส่ที่รุนแรง ร่างกายของเขาโหมกระหน่ำไม่หยุดยั้งจนกระทั่งเขากระตุกเกร็ง ปลดปล่อยความอุ่นร้อนเข้ามาลึกล้ำในตัวฉัน
“สุดยอดไปเลยค่ะ เจสัน” ฉันเปล่งเสียงออกไปอย่างยากลำบาก
“เจสันคือใครวะ”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ แสงไฟสาดส่องใบหน้าของเขา—แบรด เรย์น อัลฟ่าแห่งฝูงมูนเชด เป็นคนหมาป่า ไม่ใช่แฟนของฉัน ความหวาดผวาจุกอยู่ที่ลำคอเมื่อฉันตระหนักได้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป
ฉันวิ่งหนีสุดชีวิต!
แต่หลายสัปดาห์ต่อมา ฉันก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับทายาทของเขาในครรภ์!
ว่ากันว่าดวงตาสองสีของฉันเป็นเครื่องหมายบ่งบอกว่าฉันคือ ‘ทรูเมท’ ที่หาได้ยาก แต่ฉันไม่ใช่หมาป่า ฉันเป็นแค่แอล คนธรรมดาจากเขตมนุษย์ ที่ตอนนี้ต้องมาติดอยู่ในโลกของแบรด
สายตาเย็นชาของแบรดตรึงฉันไว้ “ในตัวเธอมีสายเลือดของข้า เธอเป็นของข้า”
ฉันไม่มีทางเลือกอื่นใดนอกจากยอมรับกรงขังนี้ ร่างกายของฉันเองก็ทรยศ มันกลับโหยหาสัตว์ร้ายที่ทำลายชีวิตฉัน
คำเตือน: เหมาะสำหรับผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไป
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
พี่สาวครับรับรักผมด้วย
บ่วงรักกับดักแค้น
เมื่อรักแรกที่จบลงด้วยการทรยศอย่างเลือดเย็น กลับวนมาเจอกันอีกครั้งในสถานะประธานบริหารคนใหม่กับพนักงานขายตัวท็อป ภีม (ภีมากร) กลับมาพร้อมความเย็นชาและแผนการทำลายชีวิตคนที่เคยทิ้งเขาไป ขณะที่พริก (พริมา) ทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับการกลั่นแกล้ง เพราะความลับที่เธอซ่อนไว้ในอดีตนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายสูงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งไคล้ยัยแฮกเกอร์
แทนที่จะส่งตัวเธอให้ตำรวจ ประธานกู้ผู้ชอบใช้เงินแก้ปัญหา(และหวงของขั้นสุด) กลับโยนเช็คตัวเลขเจ็ดหลักใส่หน้า พร้อมยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้... นั่นคือการจ้างเธอเป็น 'กระสอบทรายระบายอารมณ์ส่วนตัว' แบบผูกขาด ห้ามรับงานอื่น ห้ามมองผู้ชายคนอื่น และห้ามปฏิเสธเมื่อเขาต้องการ!
ภายใต้แว่นตาขอบเงินที่ดูภูมิฐาน เขาคือพญามารจอมเอาแต่ใจที่ดุดันไม่เกรงใจเตียง จนเธอต้องลอบรีวิวสมรรถภาพของเขาในใจเหมือนรีวิวสินค้าในเถาเป่า ปากสั่นร้องไห้บอกว่าไม่ไหว แต่สมองกลับคำนวณทิปค่ากระเป๋าแบรนด์เนมอย่างรวดเร็ว
เมื่อความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วย 'เงินตราและราคะ' ถลำลึกจนเตียงแทบหักทุกคืน งานนี้สายลับสาวหน้าเงินจะกอบโกยกำไรจนคุ้ม หรือจะขาดทุนย่อยยับเพราะเผลอเอาหัวใจไปจำนองให้ท่านประธานกันแน่?
ใต้เงาสเน่หา
ทว่าสิ่งที่เธอต้องรับมือกลับไม่ใช่เพียงเมนูอาหารรสเลิศ แต่เป็น ‘ไทม์’ CEO หนุ่มผู้เย็นชา เย่อหยิ่ง และกินยากที่สุดในสามโลก! จากความระแวงแคลงใจในคราแรก แปรเปลี่ยนเป็นความสิเน่หาอันลุ่มหลงที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้เงามืดของคฤหาสน์
ท่ามกลางสายตาผู้ใหญ่และคำครหาเรื่องชนชั้น เขาตีตราจองเธอไว้ด้วยความหึงหวงอันบ้าคลั่ง ขณะที่เธอพยายามเจียมตัวและหลบหนี...
แต่ยิ่งเธอถอยห่าง เขากลับยิ่งก้าวเข้ามาประชิด และพร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าพราก ‘ยอดดวงใจ’ ไปจากเขา!
องค์หญิงเข็มพิษ กับท่านอ๋องไร้หัวใจ
"ทำไมข้าต้องแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์กับเขา เพียงเพื่อระงับสงครามงั้นหรือ เขาที่เรียกว่าปิศาจไร้หัวใจคนนั้น" จ้าวซีเฟย
"ทำไมข้าต้องแต่งกับนาง สตรีไร้มารยาท หลงตัวเอง เย่อหยิ่งแบบนี้ นั่นไม่ใช่สตรีที่ข้าต้องการ" ถังมู่เหริน
............."ส่งตัวเข้าหอ".............
"ข้าจะแยกห้องกับเจ้า"
"ข้าดีใจที่ได้ยินเช่นนั้น"
"งั้นก็ตกลงตามนี้ เราสองคน ต่างคน ต่างอยู่"
"ย่อมได้ รับพระบัญชาเพคะ"
......................................................
"นี่ ไม่ใช่นางนี่ คนที่ข้าพบครั้งก่อน ข้าแต่งกับใครกันแน่"
นางไม่ได้สวย ดูสง่างาม และดูสงบนิ่งแบบนี้ หรือข้าจะแต่งพระชายามาผิดคน หรือว่าข้าเองที่เข้าใจผิด
"ไหนบอกว่าเขาเป็นราชาปิศาจไร้หัวใจไง แต่ทำไม เป็นบุรุษหนุ่มหน้าตาคมคาย รูปงามเช่นนี้ล่ะ"
หรือว่าข่าวที่ได้ยินมาจะผิด เขาดูเป็นหนุ่มเจ้าสำอาง มากกว่าจะเป็นคนที่โหดเหี้ยมนั่นได้
""นี่มันอะไรกัน""
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
หวงรักท่านประธานปากแข็ง
ข้าวหอมเคยคิดว่า ‘ภาม’ คือผู้ปกครองที่น่ารำคาญที่สุดในชีวิต...
ผู้ชายวิศวะฯ หน้าดุที่วันๆ เอาแต่ขีดเส้นกั้นระหว่างเขากับเธอด้วยคำว่า ‘เด็กเกินไป’
แต่นั่นคือเรื่องของอดีต เพราะเมื่อวันที่เธอเติบโตขึ้นเป็นผู้หญิงเต็มตัว
เขากลับกลายเป็น ‘ราชสีห์จอมบงการ’ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อลากเธอกลับเข้าถ้ำ
ในเมื่อปากบอกว่าไม่หวง แต่กลับใช้กรงเล็บแห่งอำนาจขังเธอไว้ในรังไม่ให้ไปไหน
ถ้าเขาอยากหวง... ก็หัดพูดให้ตรงกับใจก่อนเถอะ ก่อนที่เธอจะยอมให้ ‘ศัตรูทางธุรกิจ’
พากรงทองของเขาพังทลายลงไปต่อหน้า













